รัฐบาลเตรียมเปิดช่องเกษตรกรปลูกกัญชา มีมาตรการควบคุมชัดเจน


21 พ.ย. 2561, 17:09

รัฐบาลเตรียมเปิดช่องเกษตรกรปลูกกัญชา มีมาตรการควบคุมชัดเจน



วันที่ ​21 พ.ย 61 พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ประธานสัมนาวิชาการ "เรื่องการใช้กัญชาทางการแพทย์ ประสบการณ์ของประเทศออสเตรเลีย แคนาดา และเนเธอร์แลนด์" เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นการนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์ โดยมีนักวิชาการจากประเทศออสเตรเลีย แคนาดา เนเธอร์แลนด์ เข้าร่วมประชุมถ่ายทอดประสบการณ์การใช้กัญชาทางการแพทย์ และผู้เกี่ยวข้องจากหลายหน่วยงาน

พล.อ.อ ประจิน กล่าวว่า หน่วยงานที่กี่ยวข้องของไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมสำหรับรองรับการใช้กฎหมายใหม่ที่จะมีการอนุญาตให้นำกัญชามาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ และศึกษาวิจัย ส่วนการจดสิทธิบัตรกัญชาของชาวต่างชาติ พล.อ.อ ประจิน กล่าวว่า ตอนนี้ไม่ควรให้จด ถ้าจดแล้วถูกต้องหรือไม่ และสิ่งที่จดแล้วถูกกฎหมายเลยหรือไม่ ประเด็นเหล่านี้จะต้องรีบเคลียปัญหาโดยด่วน ได้มอบหมายให้ทางป.ป.ส. ปลัดกระทรวงยุติธรรม นัดหารือร่วมกับ กรมทรัพย์สินทางปัญญา สอบถามข้อเท็จจริงให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว คาดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์

ทั้งนี้โดยหลักการแล้ว ต้องการให้ประเทศไทยและคนไทยได้ประโยชน์ 100 % ถ้ามีข้อจำกัดเรื่องสูตรยาอาจให้ต่างชาติเข้ามาร่วมในรูปแบบของการร่วมทุนหรือหุ้นส่วน โดยไม่ให้ต่างชาติได้ประโยชน์ฝ่ายเดียว

แม้ประเทศไทยจะมีความรู้และการวิจัยเกี่ยวกับกัญชา แต่สิ่งที่ต่างประเทศวิจัยไว้ก่อนหน้า ทำให้เขามีสูตรยาและสิทธิบัตร ดังนั้นเชื่อว่าเขาคงไม่ให้เราทั้งหมด ประเด็นคือจะทำอย่างไรที่จะนำสูตรยาของต่างประเทศมารวมกับภูมิปัญญา และเพื่อไม่ให้การวิจัยกัญชาในไทยติดขัดด้วยข้อกฎหมาย รัฐบาลได้เร่งรัดเต็มที่คาดว่าไม่เกิน 60 วัน หรือปลายเดือนธ.ค.นี้ กฎหมายเกี่ยวกับกัญชาทางการแพทย์จะมีผลบังคับใช้ อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรี ได้อนุมัติตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์ 2 ชุด 

พล.อ.อ.ประจิน กล่าวถึงการนำกัญชาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ว่า จะเป็นในรูปแบบ 3 ประสาน รัฐบาลไม่ได้มองไปที่แพทย์แผนปัจจุบันอย่างเดียว ยังมีการระดมความรู้จากแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก ที่นำพืชเสพติดมาเป็นสมุนไพรทำอาหารเสริมและยารักษาโรค แต่อยากให้รวมตัวเป็นกลุ่มวิสาหกิจเพื่อควบคุมได้อย่างเป็นระบบ

สำหรับตำรับแพทย์แผนไทยและภูมิปัญญาชาวบ้าน ได้นำกัญชามาใช้รักษาโรคและใช้ในชีวิตประจำวันมานานแล้ว แต่ด้วยเหตุที่กัญชามีผลต่อจิตประสาท ทำให้กัญชาให้ควบคุมและกำหนดเป็นพืชเสพติดและยาเสพติด ผู้ผลิต ครอบครอง และใช้มีความผิดทางอาญา ปัจจุบันยอมรับว่ากฎหมายยาเสพติดที่กระจายอยู่ในกฎหมาย 7 ฉบับ ไม่ทันสมัย ไม่เป็นที่ยอมรับ และจำเป็นต้องปรับปรุง

การนำกัญชามาใช้ประโยชน์มีโอกาสสูงกว่ายาเสพติดประเภทอื่น แต่ต้องไม่ขัดกับข้อตกลงระหว่างประเทศ และพันธะสัญญาที่ไทยทำกับ UNODC ซึ่งหลักการคือไม่ทำให้ยาเสพติดผิดกฎหมายกลายเป็นสิ่งถูกกฎหมาย ยินยอมให้ดำเนินการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ภายใต้ข้อกำหนดไม่ใช่เปิดเสรี มีการควบคุมตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ การปลูก ผลิต ควบคุมปริมาณ

การอนุมัติปลูก รัฐบาลยืนยันว่าไม่ได้เอื้อประโยชน์กลุ่มทุนใหญ่โดยละเลยกลุ่มเกษตร แผนการดำเนินงานที่เตรียมไว้คือ เปิดให้เกษตรกรรวมตัวกันเป็นกลุ่มหรือวิสาหกิจชุมชน ปลูกเป็นเป็นแปลงใหญ่ มีโรงเรือนที่เหมาะสม ควบคุมอุณหภูมิ เมล็ดพันธุ์ น้ำ ดิน และความชื้น ขณะนี้ได้จัดหาอาสาสมัครและทีมวิจัยออกแบบโรงเรือนต้นแบบราคาถูกให้กับเกษตรกรคล้ายกับโรงเรือนพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใช้ผลิตกล้วยตาก หรือโรงเรือนปลูกพืชปลอดสารพิษและป้องกันแมลง การลงทุนสร้างโรงเรือน 100 ล้านบาท ไม่คุ้มทุนเกษตรกรแน่นอน การผลิตเพื่อส่งออกจะเป็นการเปิดโอกาสให้กับเกษตรกรไทย แต่ต้องเกิดขึ้นเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม คือมีมาตรการควบคุมที่ชัดเจนไม่ให้กัญชาในระบบหลุดออกไปใต้ดิน และไม่ให้กัญชานอกระบบถูกนำเข้ามาสกัดเป็นยา คาดการณ์ว่าจะเริ่มดำเนินการได้ใช่วงกลางปี 62

“เราขอพูดให้เข้าใจง่ายๆ เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสบายใจและกลับมาสนับสนุน ไม่สงสัยว่าเรากำลังตัดสินใจในสิ่งที่ผิด ขอให้มั่นในว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่นั้น คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศและคนไทยเป็นลำดับแรก สิ่งที่จะออกมาต้องสมประโยชน์ทุกฝ่าย” พล.อ.อ.ประจิน กล่าว

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก latimeskhaosod





คำที่เกี่ยวข้อง : #กัญชา   #เกษตรกร  








©2018 Jaarai. All rights reserved.