เปิดชีวิต "สามารถ พยัคฆ์อรุณ" เจ้าของฉายา "นักมวยเจ้าสำราญ" มีแฟนเด็กห่าง 32 ปี


12 เม.ย. 2562, 12:29


เปิดชีวิต "สามารถ พยัคฆ์อรุณ" เจ้าของฉายา "นักมวยเจ้าสำราญ" มีแฟนเด็กห่าง 32 ปี



 

อดีตนักมายแชมป์โลก สามารถ พยัคฆ์อรุณ เปิดใจผ่านทางรายการคุยแซ่บ Show ทางช่อง ONE31 กว่าจะมาถึงวันนี้สามารถผ่านความรักมามากมาย ทั้งคบซ้อนไปมีลูกกับผู้หญิงที่เยอรมัน แถมยังบอกให้ผู้หญิงเอาเด็กออกอีกต่างหาก

ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?

สามารถ : "ก็เรื่อยๆ ชีวิตอยู่แบบนี้มานานแล้ว พี่ไม่ค่อยได้ออกสังคม แต่พี่ยังอยู่ในวงการมวยอยู่ แล้วก็ยังมีละครรับอยู่เรื่อยๆ ค่ายมวยก็ทำอยู่แล้วก็สอนมวยด้วย"

ย้อนกลับไปตอนที่พี่ได้แชมป์โลกใหม่ๆ ตอนนั้นเป็นยังไงบ้าง?

สามารถ : "จริงๆ ก่อนหน้านั้นพี่ดังจากมวยไทยอยู่แล้ว พอมาต่อยสากลแล้วเราเป็นแชมป์เปี้ยนโลกก็ยิ่งดังมากขึ้นอีก ตอนนั้นเราอยู่ในช่วงวัยรุ่นด้วย"

ณ ตอนนั้นรายได้ ค่าตัวเป็นยังไง?

สามารถ : "ตอนสากลค่าตัวไม่ค่อยดีเท่าไหร่ มันได้เยอะก็จริงแต่เราผู้จัดการหลายคน ทุกคนก็ช่วยกันทำอยากให้สามารถเป็นแชมป์โลก"

ในช่วงที่รุ่งมากๆ เก็บเงินได้เท่าไหร่?

สามารถ : "จริงๆ มวยสากลพี่ไม่ได้เก็บเลย แต่ก่อนหน้าที่มาต่อยสากลเราเก็บสะสมเอาไว้ตั้งแต่สมัยต้นต่อยมวยไทย"

มวยไทยรายได้ดีกว่ามวยสากล?

สามารถ : "รายได้ดีกว่า ตอนนั้นพี่ต่อยไฟล์หนึ่งต้องมี 250000 บาท 3 เดือนพี่ต้องต่อย 2 ไฟล์ แต่ถ้าสากลต่อยไฟล์หนึ่งก็ต้องรออีกที 7-8 เดือน"

แบบนี้สาวๆ ไม่กรี๊ดอยากได้สามารถเป็นแฟนเหรอ?

สามารถ : "ตอนนั้นเราเป็นนักมวยไม่ได้คิดอะไร เราซ้อมอย่างเดียว เรามาเที่ยวเฮฮาตอนที่เป็นแชมป์โลกแล้ว"

เขามีฉายาให้พี่ว่าเป็นนักมวยเจ้าสำราญ?

สามารถ : "เดิมทีตอนพี่ต่อยมวยไทย เริ่มแรกทางพี่สื่อมวลชนก็จะตั้งฉายาให้ ผมไม่เจ้าชู้นะ ถามว่าสาวๆ เข้าหาเยอะไหม ผมคบเป็นคน ไม่ได้คบทีละ 2-3 คน"

พอชิงแชมป์โลกครั้งที่ 2 ก็อ่อนซ้อม ก็เลยไม่สามารถป้องกันแชมป์โลกได้?

สามารถ : "จริงๆ ไม่เกี่ยวกับว่าเราติดเที่ยว เพราะไฟล์ที่เสียแชมป์ผมซ้อมดีที่สุดในชีวิต ผมไปเก็บตัวที่ออสเตรเลียเดือนนึงผมซ้อมเต็มร้อย"

แล้ว ณ ตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นทำไมเรารักษาแชมป์ไม่ได้?

สามารถ : "คือน้ำหนักเราลดไม่ลง พอลดไม่ลงเราก็ต้องกินยาลาซิกซ์ เป็นยาขับปัสสาวะ ผมอยู่น้ำหนักประมาณ 124 มาประมาณ 10 วัน เราต่อย 122 เหลืออีก 2 ปอนด์ ทำยังไงก็ลดไม่ลง จนเราไม่กินอะไรเลย พรุ่งนี้เช้าจะชั่งน้ำหนักแล้ว ตื่นมาตี4 ก็ยังเกินอยู่ 2 ปอนด์ ก็เลยกินยาตัวนี้ มันก็เป็นสาเหตุทำให้เราแพ้ เพราะลาซิกซ์มันเป็นยาขับปัสสาวะ มันดูดน้ำในตัว มันก็เลยทำให้เราเพลีย"

ตัวเราเองผิดหวังไหม?

สามารถ : "ผิดหวังอยู่แล้ว ความรู้สึกคือเราลดน้ำหนักมาทั้งเดือนแล้วเรามาแพ้แบบนี้ แพ้แบบไม่ได้แพ้ฝีมือ เราแพ้ร่างกายตัวเอง เราไม่ไหวจริงๆ"

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้อยากจะบอกอะไรกับคนที่ผิดหวังกับเรา?

สามารถ : "ทุกอย่างมันต้องใช้เวลา อย่างพี่ตอนเสียแชมป์โลกมาไหมๆ ไม่อะไรกับใครเลย หลบเข้าป่าอย่างเดียว เฮิร์ต ไปไหนคนก็ด่า ไม่อยากเจอใคร เพราะเจอใครใครก็ด่า ด่าว่าพี่ล้มมวยเหรอ"

ตอนนั้นทำให้พี่ต้องแขวนนวมเลยไหม?

สามารถ : "ตอนนั้นก็เลิกไปพักนึง คิดหนักว่าจะทำยังไงต่อกับชีวิต จะกลับมาต่อยมวยไทย หรือว่าต่อยสากล ก็เลยกลับมาต่อยมวยไทย"

พอช่วงเบรกก็มีความรักเกิดขึ้น?

สามารถ : "จริงๆ แล้วเรามีก่อน ตอนช่วงที่ได้แชมป์โลกเราก็ไปหมั้นผู้หญิงเอาไว้ ก็คือแม่ของลูกนี่แหละ และช่วงนั้นเราก็เที่ยวคึกคะนอง พอหลังแต่งงานสักปีกว่าๆ เรากับเขาก็แยกทางกัน พอเราเสียแชมป์โลกเราก็กลับไปง้อเขา แล้วกลับมาอยู่และมีลูกด้วยกัน กับแม่แรกมี 3 คน"

กับคนแรกก็เลิกกันไป?

สามารถ : "ตอนนั้นยังไม่ได้เลิก แต่เราพลาดเองที่ไปมีคนที่สอง คือผมไปต่อยที่เยอรมัน คือจังหวะที่เราต่อยเสร็จมันก็มีฉลองที่ร้านอาหารไทย ทีนี้กลุ่มเด็กไทยทะเลาะกัน ตำรวจก็มา ก็หนีไปบ้าง ไปโรงพยาบาลบ้าง แล้วผู้หญิงคนนี้เหลืออยู่คนเดียว เพื่อนเขาหายหมดเลย บ้านเขาก็ไกล ตอนนั้นเขาอายุ 16-17 ปี เราก็เลยให้เขานอนที่ห้องเรา เพราะห้องมี 2 เตียง ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร ก็คุยกันเรื่อยๆ จนกลับเมืองไทยและให้เบอร์ติดต่อกันไว้"

พอกลับมาแล้วติดต่อน้องเขายังไง?

สามารถ : "ก็ยังคุยทางโทรศัพท์กันอยู่ แต่มันก็เหมือนเรื่องบังเอิญ จังหวะที่เราต้องหนี คือ ตอนนั้นพี่มีรายการ ต่อยชิงแชมป์โลก ที่จังหวัดตรัง ซึ่งตัวพี่เองไม่ได้อยากต่อย ทีนี้ทางผู้จัดการเซ็นสัญญา นัดวันอะไรเรียบร้อยแล้ว พี่ก็ไม่ต่อยจะหนีก็คิดได้ว่ามีน้องอยู่เยอรมัน เราก็เลยให้ผู้ใหญ่จัดการเรื่องตั๋ว เรื่องวีซ่า เราก็หนีไปอยู่เยอรมัน 4 เดือน ตอนนั้นก็ยังไม่ได้เลิกกับภรรยานะ"


 



แล้วเพราะอะไรทำให้เลิกกับภรรยาคนแรก?

สามารถ : "คือตอนที่พี่ได้กับคนที่2 พี่ก็บอกกับแม่ของลูกว่าพี่ต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศสักพัก เพราะพี่ไม่อยากมีปัญหากับผู้จัดการ เขาก็เข้าใจ พอพี่ไปอยู่เยอรมันพี่ก็ไปอยู่ที่บ้านน้อคนนี้แหละ เขาก็อยู่กับแม่ พี่ชาย พี่สาว"

ณ ตอนนั้นไปอยู่ในฐานะอะไร?

สามารถ : "ฐานะคนอาศัย แต่เขาก็เริ่มรู้ว่าเราเริ่มจีบลูกสาวเขา ซึ่งครอบครัวเขาก็รู้ว่าเรามีลูก มีเมียแล้ว ตอนเราไปอยู่ที่นู้นก็มีอะไรกัน เขาก็มาบอกว่าเขาท้อง ซึ่งตอนนั้นเขายังเด็ก ยังไม่เต็ม 16 ปีด้วยมั้ง เราก็บอกให้เขาไปเอาออก เขาตอบว่า เขาอยากเอาไว้ แล้วเขาจะไม่รบกวน ไม่อะไรเลย พอเขาท้องได้ประมาณ 3 เดือน พี่ก็กลับเมืองไทย"

เรื่องนี้ได้เล่าให้ภรรยาฟังไหม?

สามารถ : "ตอนนั้นยัง"

วันที่ลูกคลอดได้เห็นไหม?

สามารถ : "วันที่เขาคลอดก็ได้เห็นหน้าลูก เขาส่งมาให้ดู ช่วงลูก 2 ขวบเขาก็พามาเรา พี่เจอเขาช่วงเล็กๆ ปรมาณ 3 ครั้ง ครั้งสุดท้ายประมาณ 7-8 ขวบ"

แล้ว ณ ตอนนี้ยังติดต่อ หรือเจอกันอีกไหม?

สามารถ : "เจอครับ ตอนนี้เขาเรียนอยู่ที่บางแสน รู้สึกจะจบปีนี้"

เห็นบอกว่าไม่ได้เจอกัน 20 ปี?

สามารถ : "ไม่ถึงๆ ประมาณ 12 ปี ตอนนี้ก็เจอกันเรื่อยๆ ถ้าเขาว่างเขาก็ขับรถมาหาพี่ที่กรุงเทพฯ"

พอใช้คำว่าแม่1 แม่2 แล้วตอนนี้พี่เป็นโสด หรือมีคนที่ 3 แล้ว?

สามารถ : "ตอนนี้โสด ก่อนหน้านี้ก็มี เพิ่งเลิกกันเมื่อ มกรา 60 คนนี้ก็คบกันมา 10 ปี คนล่าสุดเลิกกันเพราะเบื่อทั้งคู่"

เข็ดกับความรักไหม 3 ครั้งไม่ประสบความสำเร็จ?

สามารถ : "จริงๆ เราอยากอยู่แบบนี้อยู่แล้ว อยากอยู่ตัวคนเดียว อยู่กับพวกนักมวย"

แต่เรามีหลักฐานว่าพี่ไม่โสด?

สามารถ : "มันก็มีคุยกันอยู่"

ตอนนี้หัวใจของพี่สีชมพู่ เพราะรักครั้งล่าสุดของพี่ห่างกันถึง 32 ปี?

สามารถ : "ฝ่ายหญิงอายุ 25 ปี คุณพ่อ คุณแม่เขาก็เด็กกว่าพี่ แต่ก็ยังไม่เคยเจอ เจอแต่แม่เขา ซึ่งพ่อเขาเป็นนักมวยเก่า เป็นนักมวยรุ่นน้องพี่"

คบกันนานหรือยัง?

สามารถ : "สักประมาณปีกว่า จริงๆ เราเจอเขามาหลายปีแล้วแหละ ประมาณ 3-4 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเขาเพิ่งเข้าเรียน ปี 1 แล้วเราไปคอนเสิร์ตที่มหาสารคาม แล้วเราก็ไปเจอเขา จริงๆ เขาเป็นแฟนคลับพี่ พ่อเขาก็ชอบเป็นแฟนคลับพี่ ตอนเจอกันพี่ก็ขอเบอร์โทรเขาโทรคุยกันเรื่อยๆ แต่ตอนนั้นเรายังไม่ได้เลิกกับคนเก่า ก็คุยกันได้สัก 6-7 เดือน เราก็หายกันไป หายไปจนพี่มาเลิกกับคนนี้ถึงกลับมาเจอใหม่อีกอีก"

เขินไหมมีแฟนเด็กกว่าตั้ง 32 ปี?

สามารถ : "เขินนะ คนแซวเราก็อายนะ"

คนนี้จะแต่งงานเลยไหม?

สามารถ : "ยังๆ อยู่กันให้ได้ก่อน"


 

 

 

 

 

ภาพ :FB: Samart Payakaroon




คำที่เกี่ยวข้อง : #สามารถ พยัคฆ์อรุณ  








©2018 Jaarai. All rights reserved.